วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ยอดโดยสังเขปธุรกิจ Thailand Mobile Expo 2015 เมื่อวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์

Thailand Mobile Expo 2015 สุดคึกคักรับต้นปี ยอดผู้เข้าชมงาน ด้วยกันยอดเงินสะพัดเติบโตทะลุเป้า
     บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรโทรศัพท์มือถือกว่า 40 แบรนด์ดังชั้นนำ อาทิ Samsung, OPPO, i-mobile, Microsoft, Sony, HTC, LG, Wiko, VIVO และ Huawei ร่วมด้วยโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทั้ง 4 ค่าย AIS, DTAC, TrueMove H, TOT และบริษัทคู่ค้า จัดงาน Thailand Mobile Expo 2015 ครั้งที่ 20 มหกรรมมือถือ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คราววันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ ที่ข้ามมา
     นาย โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดแสดงตัวถึงภาพรวมของการจัดงานThailand Mobile Expo 2015 ว่ามีจำนวนผู้เข้าชมงาน กับยอดเงินสะพัดเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ในระดับที่เรียกได้ว่าเกินคาด ด้วยตัวเลขของยอดเงินสะพัดภายในงาน 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20% คราวเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน
     ทั้งนี้เหตุเพราะสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มีมูลค่าสูงยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนจัดงาน ว่ากลุ่มผู้บริโภคจะเทกำลังซื้อไปที่กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นต้น ไปจนถึงระดับกลางมากกว่า
     แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มสมาร์ทโฟนระดับตั้งต้นต้น ไปจนถึงระดับกลางซึ่งมาพร้อมสเปคสุดคุ้มก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้จำนวนยอดเงินสะพัดภายในงานเติบโตได้ดี ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดสมาร์ทโฟน ที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคศักยเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนพร้อมด้วยแท็บเล็ตที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ
     ซึ่งมีสเปคเทียบเท่าสมาร์ทโฟนระดับสูง อาทิหน่วยประมวลผล 64 bit, หน่วยประมวลผลแบบ Octa-core, รองรับการเชื่อมต่อ 4G, RAM 2 GB, กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ฯลฯ ได้ในระดับราคาไม่ถึงหมื่นบาท นอกจากนี้การเปิดพื้นที่จัดแสดงงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับแบรนด์มือถือที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
     พร้อมด้วยการเปิดพื้นที่จัดงาน Mobile Game Zone เพื่อตอบรับกระแสของเกมบนสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรง ก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เข้าชมงานมีมากถึง 6.9 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน ซึ่งจากการตอบรับที่ดีเหล่านี้ ต้องถือเป็นข่าวดีเพราะด้วยคอเกมบนสมาร์ทโฟน ว่าจะได้พบกับ Mobile Game Zone ในการจัดงานครั้งหน้าอย่างแน่นอน
     นาย โอภาส กล่าวต่อว่า แนวโน้มในการเลือกระฉ่อนกซื้อสมาร์ทโฟนของผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ ยังคงพุ่งเป้าไปที่สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เสริมด้วยเรื่องของวัสดุ, งานประกอบด้วยกันความบางของตัวเครื่อง
     อีกทั้งเทรนด์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่กำลังมาแรงยังส่งผลให้กล้องหน้าของสมาร์ทโฟนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคนำมาพิจารณาร่วมด้วย นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคได้มีการศึกษาหาความรู้ในการเฟุ้งเฟื่องกซื้อสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองมาเป็นอย่างดี ก่อนมาสัมผัส ทดลองเล่นเครื่องยิ่งภายในงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเเลื่องกซื้อสมาร์ทโฟนที่ประสิทธิภาพการใช้งานซึ่งตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง
     พร้อมกับด้วยว่าพื้นที่จัดแสดง Gadget Zone ซึ่งทางเราได้เล็งเห็นถึงกระแสความนิยม พร้อมด้วยได้เปิดพื้นที่เพื่อจัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงการจัดงานในครั้งนี้เราได้สั่ง Gadget ต่างๆ ที่เพิ่งโหมโรงไปในงาน CES 2015 ครั้นเมื่อช่วงต้นปี มาจัดแสดงเป็นที่แรกในประเทศไทย
     ก็เป็นที่น่าดีใจว่า Gadget เหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงทิศทางตลาดของสินค้ากลุ่ม Smart Watch, Wearable Device พร้อมทั้ง Drone ที่น่าจะเติบโตขึ้นไปได้อีก พร้อมด้วยเป็นที่แน่นอนว่าทางเราก็ยังคงให้ความสำคัญกับ Gadget Zone ด้วยการสรรหา Gadget ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ มาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องในการจัดงานครั้งต่อๆ ไป นายโอภาส กล่าวปิดท้าย
     แล้วพบกันใหม่ที่งาน Thailand Mobile Expo 2015 Hi-End ครั้งที่ 21 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. เป็นต้นไป
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

VAIO กลับคืนแล้ว ! โหมโรงโน๊ตบุ๊คแล็ปท็อป Z ซีรีส์ แบบไฮบริด

ถือเป็นการขึ้นต้นต้นศักราชใหม่ของแบรนด์ VAIO ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของ Sony อีกรองลงไป หลังจากถูกขายต่อให้กับกลุ่มกองทุนรวมของญี่ปุ่น พร้อมด้วยล่าสุดได้เริ่มคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสองรุ่นใหม่ VAIO Z กับ VAIO Z Canvas
ขึ้นต้นกันที่ VAIO Z ได้รับฉายาว่า Monster PC มีหน้าจอแสดงผลขนาด 13.3 นิ้ว มีรุ่นที่ใช้ชิป Intel Core i5 พร้อมทั้งรุ่นที่ใช้ Intel Core i7, บอดี้ใช้อลูมิเนียมคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ น้ำหนัก 1.34 กิโลกรัม ตัวเครื่องมีความหนา 16.8 มิลลิเมตร มีโหมด multiflip ที่่ช่วยพับหน้าจอจากแล็ปท็อปให้กลายเป็นแท็บเล็ตได้ ชาร์จหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 15.5 ชั่วโมง ราคาเริ่มอยู่ที่ 190,000 เยน หรือไม่ก็ประมาณ 52,000 บาท
ซีรีส์ถัดมาเป็น VAIO Z Canvas ได้รับฉายาว่า Monster Tablet หน้าจอขนาด 12.7 ความละเอียดการแสดงผล 2,560 x 1,704 พิกเซล ให้โทนสี Adobe RGB ถึง 95% ใช้ชิป Intel Core i7, SSD 256GB เก่งถอดแป้นพิมพ์ได้ ทำให้เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากแล็ปท็อปให้กลายเป็นแท็บเล็ต พร้อมการใช้งานร่วมกับสไตลัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังไม่มีการเปิดแย้มสนนราคาออกมาในเวลานี้
เจ้าโน๊ตบุ๊ค VAIO Z เปิดฝาเปิดจองในประเทศญี่ปุ่นแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วน VAIO Z Canvas อาจต้องรอจนถึงเดือนพฤษภาคม ส่วนจะขยายการวางจำหน่ายออกนอกญี่ปุ่นด้วยหรือไม่ยังมีข้อมูลในเวลานี้ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

[รีวิว] OPPO N3 มือจับรุ่นสดกล้องม้วนได้ 206 องศา

[รีวิว] OPPO N3 มือถือกล้องหมุนได้ รุ่นต่อยอด ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่หมุนได้ 206 องศา พร้อมความปลอดภัยอีกขั้น ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ
ถ้าแม้ถามถึง สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ที่น่าจับตามองมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ คงจักต้องมีชื่อของ OPPO N3 กันอย่างแน่นอน เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ คือรุ่นสานต่อของ OPPO N1 ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของ มือถือกล้องหมุนได้ นั่นเอง ซึ่ง OPPO N3 ถือว่า ล้ำหน้ากว่า OPPO N1 ในหลายๆ จุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED คมชัดมากขึ้นกว่าเดิม รอบรู้หมุนใช้งานเป็นกล้องด้านหน้าได้ โดยหมุนได้ถึง 206 องศาระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง ทำเป็นจดจำลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ, อุปกรณ์สั่งงานแบบไร้สายที่มีชื่อว่า O-Click Control, หน้าจอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD (1080p), หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 2.3 GHz และ ระบบปฏิบัติการ Color OS
นอกจากนี้ ยังชาร์จแบตเตอรี่ได้ไวขึ้น ด้วยเทคโนโลยี VOCC ด้วยการชาร์จเช่น 5 นาที เป็นได้ใช้คุยโทรศัพท์ได้นานถึง 2 ชั่วโมง ไม่ใช่หรือชาร์จพ่าง 30 นาที แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นถึง 75% กับรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกด้วย
เรียกได้ว่า OPPO N3 มาพร้อมกับคุณสมบัติที่อัดแน่น ครบครันทุกการใช้งาน กับสนนราคาเริ่มที่ 19,990 บาทซึ่งจักคุ้มค่าต่อการใช้งานหรือไม่ไม่ ในวันนี้เราจะมาพิสูจน์ไปพร้อมๆ กันกับบทความ รีวิว OPPO N3 โดยทีมงาน techmoblog ครับ
สเปค OPPO N3
• จอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (403 ppi)
• หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor (Qualcomm Snapdragon 801 MSM8974AA chipset) ความเร็ว 2.3 GHz
หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 330 GPU
• RAM ขนาด 2 GB
• หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 32 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128 GB
• รันระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat)
• กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED เพราะว่าโมดูลกล้อง ศักยหมุนได้ 206 องศา ด้วยกันใช้งานเป็นกล้องด้านหน้าได้
• แบตเตอรี่ Li-ion 3000 mAh
• รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
>> สเปค OPPO N3 อย่างละเอียด คลิกที่นี่
รีวิว OPPO N3 : ดีไซน์ ด้วยกันการออกแบบ
OPPO N3 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (403 ppi) ซึ่งถือว่า มีขนาดหน้าจอเล็กกว่า OPPO N1 ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.9 นิ้ว เล็กน้อย แต่มีข้อดีคือ สมรรถพกพาได้สะดวกมากขึ้น พร้อมกับมีน้ำหนักที่เบากว่า เพราะว่าน้ำหนักของตัวเครื่อง OPPO N3 อยู่ที่ 192 กรัม
ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย Proximity Sensor เหตุด้วยการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน, Ambient Light Sensor เพราะตรวจวัดความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอด้วยกันแผงปุ่มกดให้เหมาะสม พร้อมกับลำโพงเนื่องด้วยสนทนา ซึ่งสมรรถหมุนกล้องด้านหลัง มาเป็นกล้องด้านหน้าได้ ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED เพราะว่าตัวกล้องอาจหมุนได้ถึง 206 องศา บุด้วยหนังเทียม ทำให้ดูหรูหราไปอีกระดับ
ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่มควบกำกับการทำงานแบบสัมผัส 3 ปุ่มหลัก ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ
Skyline Notification 2.0 แสงแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้นทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือนต่างๆ เช่น มีสายที่ไม่ได้รับ, มีข้อความที่ไม่ได้อ่าน, แจ้งเตือนขณะแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ และครั้นเมื่อมีการชาร์จแบตเตอรี่
สำหรับขอบตัวเครื่องบน OPPO N3 นั้น ทำจากวัสดุอะลูมิเนียม อัลลอยด์ ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน เพราะว่าด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง กับช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด, ปุ่ม Power เหตุด้วยเปิด-ปิดตัวเครื่อง ไม่ใช่หรือล็อคหน้าจอแสดงผล และพอร์ต microUSB
OPPO N3 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดภายในเครื่องเดียว โดยช่องซิมการ์ดที่ 1 รองรับซิมการ์ดแบบ microSIM ส่วนช่องซิมการ์ดที่ 2 รองรับซิมการ์ดแบบ nanoSIM ด้วยกันเป็นช่องด้วยว่าหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ด้วย (รองรับสูงสุด 128 GB) ซึ่งจะต้องเเลื่องลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ (ถ้าถ้าหากเร่ำลือกใส่ microSD Card ก็จะไม่ทำได้ใส่ซิมการ์ดได้)
ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบกำกับการทำงานใดๆ ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง เป็นไมโครโฟนตัวหลักเพื่อสนทนา กับลำโพงเสียง
กรอบด้านหลังของ OPPO N3 เป็นวัสดุผิวเรียบลื่น ประกอบไปด้วย กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED, ไมโครโฟนตัวที่สองเพราะตัดเสียงรบกวนรอบข้าง, โลโก้ OPPO กับระบบสแกนลายนิ้วมือ ที่เป็นได้จดจำลายนิ้วมือได้สูงสุดถึง 5 ลายนิ้วมือด้วยกัน ส่วนกล้องด้านหลังนั้น เก่งหมุนสลับไปเป็นกล้องด้านหน้าได้
O-Click รีโมตด้วยว่าควบกำกับการสั่งงานบน OPPO N3 โดยถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก พร้อมช่องด้วยว่าใส่สายคล้อง เหรอคล้องกับพวงกุญแจ ช่วยให้สามารถพกพาได้สะดวกขึ้นนั่นเองครับ
ส่วนคุณสมบัติของ O-Click ก็ได้แก่ เป็นรีโมตในการควบดูแลการถ่ายรูป ทั้งการหมุนกล้อง พร้อมทั้งการชัตเตอร์, กด O-Click สองครั้งเพื่อให้โทรศัพท์ดัง กับมีระบบแจ้งเตือน เท่าที่สมาร์ทโฟนอยู่นอกปฏิญาณณของ O-Click
ข้อควรทราบ: “เครื่อง OPPO N3 ที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นพางเครื่องทดสอบจากทาง ออปโป้ เท่านั้น ยังไม่ใช่เครื่องที่วางจำหน่ายจริงแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นตัวเครื่อง หรือไม่ก็ฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับเครื่องที่วางจำหน่ายจริงๆ”

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1394101/

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

ปากท้องสกุลถูกกรุนด้วยเทคโนโลยี

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันระยะเวลามากขึ้น ทำให้สมาร์ทโฟนกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ส่งผลไปถึงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน
ซึ่งวันนี้เราก็ได้หยิบเอาอีกหนึ่งตัวอย่างการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ คุณ สมาชิกหมายเลข 1950451 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เกิดเหตุการณ์กับตัวเองมาฝากกัน
สวัสดีครับ ก่อนจักเล่าเรื่องราวของครอบครัวผม ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนซักนิดครับ
- ผมเป็นคนที่ใช้ Pantip เป็นประจำ แต่ล็อคอินนี้ผมสมัครใหม่ เพราะว่าไม่ประสงค์ให้ใครรู้จักตัวสุทธิครับ
- จนถึงผมโพสต์แล้ว ล็อคอินนี้ผมจักไม่กลับมาใช้อีก ดังนั้นผมจึงไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้นครับ
- ข้อมูลบางอย่างที่เป็น Fact ผมอาจขอปรับบ้าง เช่นถ้าผมทำนูลว่าผมสูง 170 ข้อมูลแน่แท้อาจเป็น 185 เพื่อไม่ให้คนที่รู้จักตัวผมมาอ่านแล้วรู้ว่าเป็นผม แต่เรื่องราวทั้งหมด จะยังคงอยู่ตามเดิม
- อ่านให้เป็นนิยายแล้วกันครับ ผมแค่ต้องการระบายเท่านั้นเอง
ถ้าเข้าใจตรงกันแล้ว ขอเกริ่นเลยก็แล้วกันครับ
ผมกับแฟน คบกันมาตั้งแต่เรียนปี 2 คบกันมาเรื่อยๆจนเรียนจบ ต่างคนต่างทำงานได้ซัก 3-4 ปี ก็ตกลงใจแต่งงานกัน โดยผมเองยอมรับโดยตรงว่า ผมมีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับเค้าเป็นคนแรก ถึงแม้จะเคยมีแฟนมาก่อนก็ตาม พร้อมกับผมก็มั่นใจว่า ผมก็เป็นคนแรกของแฟนผมเช่นกัน
ผมรักเค้ามากครับ รักจนสามารถยอมได้ทุกอย่าง เพราะเค้าเป็นคนดีมากนักๆ ช่วงชีวิตตกต่ำของผมจักมีขนาดไหน เค้าก็อยู่กับผมตลอด ผมจึงต้องพยายามทำทุกอย่างให้เค้ามีความสุข ผมแต่งกับเค้าได้ประมาณการ 2 ปี ก็บุกเบิกมีลูกคนแรก ชีวิตก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก็เพราะว่าชีวิต Sex ของเราตั้งต้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะแฟนผมเค้ามีความต้องการน้อยลง เวลาผมต้องการเค้าจะไม่ยอมตลอด
ช่วงนั้นมีประมาณเดือนละครั้งเอง ผมก็ยอมเค้า เวลาผมมีอารมณ์ ก็เเล่าลือกวิธีการช่วยตัวเอง เพราะว่าคิดว่าเค้าคงเหนื่อยกับงานกับการเลี้ยงลูก เลยไม่อยากให้เค้าหงุดหงิดอีกครับ
พอลูกริเริ่มโตใกล้เข้าโรงเรียน ผมกับเค้าก็ซื้อ iPhone4 กันคนละเครื่อง เพราะที่ไม่เคยรู้เลยว่า มันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตครอบครัวผมพังได้ ผมใช้มากันได้ซักพัก มันก็มีแอพ Find my iPhone ออกมา ผมก็จัดการลงแอพนี้ไว้ทั้ง 2 เครื่องเพราะว่าที่แฟนผมไม่รู้ พร้อมทั้งที่สำคัญ เค้าเป็นคนไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้เลย แอคเค้าท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line หรือ Apple ID ผมจัดการให้หมด ขนาด Password เองเค้ายังไม่รู้เลยครับ ซึ่งหมายความว่า ถ้าผมตะกลามรู้จนกระทั่งไหร่ว่าแฟนผมอยู่ที่ไหน ผมก็เปิด Find my iPhone แล้ว Login เครื่องเค้า ผมก็รู้ทันทีว่าอยู่ที่ไหนครับ
อีกไม่กี่ปีต่อมา ผมก็มีลูกกันอีกคน แล้วแฟนผมก็ทำหมันเลย ก็เพราะว่าเราคิดกันว่ามีแค่ 2 คนก็พอแล้วเพื่อรายได้ของเรา 2 คน ชีวิตรักพร้อมกับชีวิตครอบครัวก็ดูจะสมบูรณ์ขึ้น แต่ละวันผมมีความสุขมากครับ เพราะลูกทั้ง 2 คนก็น่ารัก พร้อมกับกับแฟนก็รักกันดีตลอด ถึงแม้จักทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ผลัดกันง้อมาเรื่อย จนทำให้ผมคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีใครมีความสุขกว่าผมได้อีกแล้วครับ
แต่กลายเป็นว่า ผมคิดผิดแล้วครับ เริ่มต้นจากหลังคลอด แฟนผมกลับมาริเริ่มมีอารมณ์มากขึ้น เราก็มี Sex กันได้บ่อยขึ้น จากก่อนหน้านี้เดือนละครั้ง กลายเป็นอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง พร้อมกับหลายๆครั้งเค้าเป็นคนเริ่มต้นก่อนด้วยครับ ก็ดูมีความสุขดี
แต่ช่วงต้นปีนี้ ผมเปลี่ยนงานใหม่เพื่อรับเงินเดือนที่สูงขึ้น เพื่อทะเยอทะยานให้ครอบครัวสบายขึ้น แต่แน่นอนว่าต้องแลกมากับงานที่มากขึ้น กลับบ้านช้ากว่าเดิม บางครั้งถึงบ้านแล้ว พอกล่อมลูกเข้านอนเสร็จ ก็ต้องมานั่งทำงานต่อ เวลาแฟนผมมีอารมณ์ ผมก็มีไม่ได้ ก็เพราะว่ามันเหนื่อยด้วยกันบางครั้งงานก็ไม่เสร็จ เค้าก็หงุดหงิดไปหลายครั้ง แต่ผมก็พยายามปลอบเค้าว่า เพื่ออนาคตของลูกที่ดี ก็ต้องยอมแลกบ้างนะ เค้าก็โอเคเข้าใจดี
มาถึงช่วงกลางปีที่ลอดมา ช่วงกะบ่ายๆ ผมโทรหาเค้า จะชวนกินข้าวตอนเย็น ก็เพราะว่างานน่าจักเสร็จเร็ว แต่เค้าไม่รับสาย เลยลอง Login เข้า Find my iPhone เพื่อเช็คว่าเค้าอยู่ที่ไหน ก็เพราะว่าเค้าทำงานเป็น AE หาลูกค้าบ่อยๆ
ปรากฏว่าตำแหน่งของแฟนผม มันไปอยู่ในที่ๆแปลกจากครั้งก่อนๆ ผมก็ดูตำแหน่งแล้วเอาไปเปรียบกับ Google Maps แล้ว มันเปรยว่า เป็นโรงแรมแห่งนึงบนถนนรามคำแหง ผมก็งงว่ามันไปโผล่ตรงนั้นได้ไง คงเป็นเพราะแอพจับตำแหน่งผิดมั้ง ซักพักเค้าก็โทรกลับมา ชี้แจงว่าประชุมกับลูกค้าแถวหน้ารามเพิ่งเสร็จ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ชวนกินข้าวกันตามปกติ แต่ที่แปลกคือ คืนนั้นผมขอเค้ามี Sex ด้วยแต่ถูกไม่ยอม เพราะเค้าเล่าว่าเหนื่อย ผมก็เลยหลับไปแทน
อีกไม่กี่วัน ผมก็ Login เข้า Find my iPhone เพื่อดูอีก ก็เจอไปขึ้นตำแหน่งเดิมอีก แต่ครั้งนี้แปลกใจมาก ก็เพราะว่าปกติแล้วแฟนผมจักไม่พบลูกค้าเจ้าเดิมเกินอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ผมก็โหมโรงคิดเตลิด แล้วตัดสินใจขึ้นแท็กซี่ไปที่โรงแรมนั้น จังหวะที่ผมถึงหน้าโรงแรม
สิ่งที่ผมเห็นคือ รถของแฟนผมกำลังเลี้ยวออกมาจากโรงแรมนั้น แต่คนขับเป็นผู้ชาย แล้วมีแฟนผมนั่งข้างๆ ตอนนั้นกล่าวตรงๆครับว่าช๊อคมาก ทำอะไรไม่ถูก ลงมายืนแล้วหันกลับไปมองด้วยความงง จนคนขับแท็กซี่ต้องทวงค่ารถจากผม ผมใช้เวลายืนตรงนั้นอยู่นานแค่ไหนไม่รู้
พอตั้งสติได้ผมก็ขึ้นแท็กซี่กลับไปเอารถที่ออฟฟิศแล้วออกจากที่ทำงานไปหานั่งทำใจเลย รู้ตัวอีกทีก็ค่ำ พร้อมกับเลยเวลาปกติที่เข้าบ้านแล้ว ก็เลยกลับบ้าน เค้าถึงบ้านแล้วครับ แวบแรกที่อยากได้ทำตอนนั้นคือ หมายบีบคอเค้าให้ตายไปเลย แต่พอเห็นหน้าลูกทั้ง 2 คนแล้วก็ตองยับยั้งใจ แล้วก็ทำตัวปกติจากนั้น
ภายหลังวันนั้น ผมก็เช็คเค้าทุกวัน แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะว่าส่วนใหญ่จะอยู่ที่ทำงานเค้าตลอด จนข้ามมาเกือบ 1 อาทิตย์ ตอนเช้าที่กำลังออกจากบ้าน เค้าเปรยกับผมว่า วันนี้มีพาลูกค้าไปทานข้าวที่โรงแรมหนึ่งแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็เจรจาว่า โอเค จะได้รีบกลับมาช่วยแม่ดูลูก แต่ในใจคิดว่า จักลองตามดูซักครั้ง กะว่าจะให้คาหนังคาเขาเลย แล้วเรา 2 คนก็ต่างออกไปทำงาน พอตกบ่ายผมก็โหมโรงเช็ค Find my iPhone เรื่อยๆ จนซักกะ 5 โมงเย็น ผมก็เห็นเค้าเริ่มทำเดินทางออกจากที่ทำงาน ผมก็ตกลงใจออกจากที่ทำงานเหมือนกัน
เพราะว่าวันนั้นผมขอกู้รถของน้องที่ทำงานมาใช้ ผมขับมาดักเจอเค้าได้แถวๆ ลาดพร้าว แล้วแอบขับตามเรื่อยๆ จนถึงร้านอาหารหนึ่งบนเส้นรัชดา ผมขับตามไปถึงที่จอดรถ แล้วได้จอดอยู่ห่างเค้าไม่ไกลนัก พอเค้าจอดรถได้ แปปนึง ก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาจากไหนไม่รู้ เดินมาหาเค้าที่รถแล้วเดินจับมือกันหายไปในทางเข้าร้านไป
ผมจำได้เลยว่าผู้ชายเป็นรุ่นน้องในกรุ๊ปเดียวกัน ถ้าผมมีปืนตอนนั้น ผมคงต้องยิงมันตายทั้งคู่แน่นอนครับ แต่ผมอดใจไว้ ทำได้แค่ปางถ่ายรูปไว้ก่อน ซักชั่วโมงกว่าๆ เค้าก็เดินจูงมือกลับมาที่รถกันครับ แล้วก็ออกรถไป ผมก็ขับตามอีก แล้วถ่ายรูปไว้เป็นระยะๆ เค้าขับมาไม่ไกลครับ แล้วก็เลี้ยวเข้าม่านรูดแห่งหนึ่งไป
ภาพนี้ทำผมน้ำตาไหลเลยครับ ในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดเลยครับว่า ผมต้องมาถูกคนที่ผมรักที่สุดมาหักหลังแบบนี้ ทั้งเจ็บใจ ทั้งเสียใจ อารมณ์ตอนนั้นปริปากไม่ถูกแท้ๆครับ ผมไม่ต้องการรอต่อแล้ว ก็เลยเอารถกลับไปเปลี่ยนกับน้องที่บ้านเค้าแล้วก็ดิ่งกลับบ้านทันที
เมื่อถึงบ้านแล้ว ลูกคนเล็กหลับแล้ว แต่คนโตยังไม่หลับ ผมเลยเอาลูกมากล่อมที่ห้องผมเอง (ปกติลูกคนโตจักนอนกับย่า แต่คนเล็กจักนอนกับผมที่ห้อง) พอผมมองหน้าลูกทั้ง 2 คน ผมยิ่งนำตาไหลออกมาอีกครับ ผมสงสารลูก ผมไม่ตะกลามให้ลูกต้องมีครอบครัวที่แตกแยก
แต่ผมเองก็คงอยู่กับคนที่ทำกับผมแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ตอนนั้นผมสับสนมากเลยครับ ว่าจะทำอย่างไรดี จนลูกถามว่า พ่อร้องไห้ทำไม ผมได้แต่หมายลูกว่าไม่มีอะไร แค่พ่อทำงานเหนื่อยเท่านั้นเอง ผมกล่อมลูกจนหลับแล้วก็นั่งรอเค้ากลับบ้าน
พอเค้าขึ้นถึงบนห้อง ผมก็แสดงเค้าว่าขอคุยกันข้างล่างแปบสิ เค้าก็ตอบแบบอารมณ์เสียว่าไม่ลง จะอาบน้ำนอนแล้ว มีอะไรค่อยคุยพรุ่งนี้ ผมปริปากว่าพรุ่งนี้ไม่ได้ ต้องเดี๋ยวนี้ ไม่ปรารถนาให้ลูกรู้ เค้าก็ไม่ยอมแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ
ผมจึงหยิบโทรศัพท์ลงไปข้างล่าง แล้วทยอยส่งรูปที่ผมถ่ายได้ ลงใน Line ของเค้าแล้วเปิดทีวีรอข้างล่าง หลังจากผมได้ยินเสียงเค้าเดินเข้าห้องได้ไม่นาน เค้าก็เดินลงมาพร้อมกับน้ำตา มาถึงตัวผมแล้วก็กอด ร้องไห้พร้อมขอโทษไป อารมณ์ผมตอนนั้นบ่งตรงๆว่า มันไม่เหเอิกเกริกความสงสารแล้วครับ สิ่งที่เค้าทำมันเกินกว่าที่ผมจะทนได้ ผมจึงผลักตัวเค้าออกไป แล้วเอื้อนว่าผมตะโกรงรู้เรื่องทั้งหมด
แฟนผมเค้าบุกเบิกเล่าว่า เรื่องมันเกินช่วงที่เค้าไป Outing กับบริษัท แล้วช่วงปาร์ตี้ก็ดื่มแล้วเมา แล้วก็เผลอไปมีอะไรกับน้องในพวก มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ พร้อมกับใช้คำว่าผมให้เค้าได้ไม่พอ เค้าเลยต้องมีทางออกแบบนี้
จากนั้นเค้าก็ขอโทษแล้วข้อตกลงว่าจักไม่ทำอีก ผมฟังจบแล้วรู้สึกขยะแขยงมากครับ ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข แต่ผลตอบรับกลับมามันช่างไม่สมเหตุผลเลยครับ ผมเลยคุยกับเค้าว่า ผมไม่ยกโทษให้ เพราะว่าผมพูดกับเค้าบ่อยๆตลอดชีวิตคู่ว่า ผมรับได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้ แต่เค้าก็ยังมาทำอีก
ผมยกโทษให้ไม่ได้เป็นแน่แท้ๆ ผมก็แย้มเค้าต่อว่า ผมต้องประสงค์เลิกกับเค้า แต่ผมสงสารลูก ผมจึงขอเค้าว่า ให้เราแสร้งทำเป็นอยู่ด้วยกันตามปกติได้มั้ย ก็เพราะว่าคิดว่าลูกทั้ง 2 ยังเล็กเกินกว่าจักรู้เรื่องแบบนี้ พร้อมกับไม่หิวให้เค้าขาดคนใดคนหนึ่งไป
เพราะว่าผมจักทนทำเป็นปกติกับเค้าครั้งอยู่ต่อหน้าลูก แต่ความครันแล้วผมจักแยกใช้ชีวิตกับเค้า ส่วนบ้านที่ผ่อนอยู่กับค่าใช้จ่ายในบ้าน ผมจะจ่ายไปตามปกติ แต่พอผ่อนหมดจักใส่เป็นชื่อลูกทั้ง 2 ทันที ค่าใช้จ่ายลูกก็หารครึ่ง พร้อมกับจนกระทั่งลูกเข้าถึงมัธยม ถึงจักปลงใจแจ้งลูกอีกครั้ง เพราะว่าจะเอื้อนทีละคน คนโตก็อีกไม่กี่ปี
แต่คนเล็กก็อีกเป็น 10 ปี ซึ่งสั่งตรงๆครับว่าผมก็ไม่รู้ว่าจักอดทนได้ถึงวันนั้นหรือไม่เปล่า แต่ผมไม่มีทางกลับไปคืนดีกับเค้าแน่นอนครับ เค้าฟังเสร็จก็จะไม่ยอม พยายามจักง้อผมให้คืนดีให้ได้ ผมจึงพูดกับเค้าว่า ถ้าไม่ตกลง ก็คงต้องพังกันหมดในวันนี้พรุ่งนี้เลย สุดท้ายเค้าจึงยอมครับ
เรื่องนี้เกิดมาเกือบครึ่งปีแล้ว ชีวิตที่ข้ามมา คนภายนอกจะเห็นว่าเหมือนเดิมครับ แต่จักมีเหมือน 3 คนในโลกนี้ที่รู้คือ ผม เค้า พร้อมด้วยแม่ผมเท่านั้น เพราะผมยังอยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน แต่เค้าจะนอนบนเตียงกับลูกคนเล็ก ส่วนผมปูเบาะนอนข้างล่างข้างเตียง (ลูกคนโตเคยถามว่าทำไมพ่อต้องปูเบาะนอนด้วย ผมตอบเค้าไปว่า น้องนอนดิ้นถีบพ่อบ่อย พ่อเลยต้องลงมานอนข้างล่าง) พาลูกไปเที่ยวตามปกติ ถ่ายรูปตามที่ลูกสั่ง เพื่อให้ทุกอย่างดูปกติที่สุด
วันไหนที่ทนไม่ไหว ก็ไปนั่งคุยกับแม่แล้วร้องไห้ไป ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ผมไม่เคยเข้าไปดู Find my iPhone อีกเลยครับ ก็เพราะว่าเค้าจักไปไหนก็เป็นเรื่องของเค้า เค้าก็พยายามมาพูดเรื่อยๆว่าไม่ได้ยุ่งกันแล้วนะ บางวันก็พยายามลงมานอนข้างผม ผมก็ลุกหนีลงมานอนชั้นล่าง แรกๆก็เจ็บปวดครับ แต่เวลานี้ความเจ็บปวดเปิดมู่ลี่หายไป กลายเป็นความชินชาแล้วล่ะครับ
ผมก็ถามตัวเองเสมอว่าทำไมเรื่องแบบนี้มันถึงเกิดกับผม เป็นเพราะผมทำงานหนักมากเพื่อแลกกับเงินมากเกินไปหรือเปล่า ไม่ใช่หรือว่าเทคโนโลยีทำให้ผมต้องเจอกับสิ่งนี้ ถ้าไม่มีมันผมก็คงไม่รู้เรื่องแบบนี้
เค้าเบื่อก็เลิกมาอยู่กับผมเองไม่ใช่หรือเปล่า แต่ไม่เคยมีคำตอบครับ ตอนนี้คำตอบผมมีอย่างเดียวคือทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกทั้งสองของผมมีชีวิตที่สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จักทำได้ ถึงแม้ว่าผมจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม
ขอบคุณมากครับที่รับฟังการระบายของผม ผมไม่ศักยให้คนรู้จักรู้เรื่องนี้ได้แท้ๆ แต่พอเก็บไว้มันก็อึดอัด การได้พิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือ ก็ช่วยได้หน่อยนึง ส่วนทุกความเห็นผมขอขอบคุณล่วงหน้าครับ ผมคงได้แต่อ่าน แต่คงไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้นจากที่ได้แจ้งไปข้างต้นครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่มา: คุณ สมาชิกหมายเลข 1950451 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

5 โปรแกรมดีๆ Cleaner ทำความสะอาดระบบยอดได้รับความนิยมปี 2014

เกี่ยวกับคนที่รู้สึกว่า ช่วงหลังมานี้ยิ่งใช้งานคอมพิวเตอร์ เครื่องก็เกริ่นช้าลง ของบางคน นอกจากเปิดเครื่องช้าจนชงกาแฟเสร็จแล้วยังขึ้นไม่เข้าวินโดวส์ ยังทำงานช้า เปิดไฟล์ช้ากับสุดท้ายปิดเครื่องก็ยังช้าอีก แบบนี้คงปวดหัวอยู่ไม่น้อย
ส่วนหนึ่งนั่นก็ก็เพราะว่าเราใช้งานแบบไม่ได้ดูแลมากนัก บางทีเปิดเครื่องตั้งแต่เช้า ใช้ไปเรื่อยจนมืดค่ำหรือไม่บางครั้งไม่เคยปิดเลย ทั้งติดตั้งโปรแกรม เปิดไฟล์พร้อมทั้งใช้งานอีกสารพัด แบบนี้ไม่ช้าลงก็แปลก ก็เพราะว่าโปรแกรมมากมาย หน้าต่างเปิดเว็บไซต์ก็ค้างอยู่ ไฟล์ไม่เคยจัดเก็บเป็นระเบียบ แบบนี้ไม่ช้าอย่างไรไหว แต่ไม่เป็น ถ้ายังรู้ตัวทัน ก็พอแก้ไขได้ ด้วยโปรแกรมส่วนที่เรียกว่า  นี้
ซึ่งในปี 2014 ต้องถือว่าเป็นอีกยุคหนึ่งของโปรแกรมที่ใช้จัดการไฟล์พร้อมด้วยดูแลระบบเหล่านี้ ลองดูกันว่ามีโปรแกรมอะไรบ้าง
Cleaner
Cleaner เป็นโปรแกรมในแนวที่ได้รับความนิยมเกี่ยวกับผู้ใช้โน๊ตบุ๊คเหรอพีซีก็ตาม ด้วยการทำความสะอาดระบบพร้อมทั้งจัดการไฟล์ไม่พึงประสงค์ เช่น Temp files, Cookie, File setup พร้อมกับบรรดาไฟล์ระบบ Registry รวมถึงช่วยในการ Defragment ให้อีกด้วย เพื่อให้ระบบมีความคล่องตัวในการทำงาน
CCleaner
1.CCleaner : เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่เรียกว่าชอบติดอันดับเสมอมา ด้วยคุณสมบัติเด่นในการ จัดการไฟล์ เคลียร์พื้นที่ ฟังก์ชันที่ครอบคลุมการทำงาน ทั้งในส่วนของ Clear temp หรือว่า Clean กับ Uninstall รวมไปถึงจัดการหน้าตาในการใช้งานที่เป็นมิตร ใช้งานง่ายด้วยกันมีประสิทธิภาพ
wise
2.Wise Care 356 : โปรแกรมในการ Optimize ระบบ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นในการ Cleaner ที่ดูแลทำความสะอาดในส่วนต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจักเป็น History, File Recent หรือไม่ก็ไฟล์ที่ต้องการลบแบบถาวร แม้ลูกเล่นจักไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ที่น่าสนใจคือ ให้การทำงานที่ครอบคลุมในการดูแลระบบ
Advance
3.Advanced SystemCare : ใครที่ต้องการโปรแกรมเพราะด้วย การดูแล ตรวจเช็คกับป้องกัน กับบรรดาเครื่องมือมากมายสารพัด ให้ใช้งานได้แบบเต็มสูบ กรณีที่ไม่ค่อยมีเวลาจัดการในระบบ โปรแกรมนี้ เป็นทางเระบือกที่น่าสนใจ เพราะอย่างปลายปีอย่างนี้ ทำทีเดียวจบในตัว ไม่ต้องไปมองหาโปรแกรมเสริมอื่นๆ มาติดตั้งให้วุ่นวาย
SlimCleaner
4.Slim Cleaner : โปรแกรมเหตุด้วยการ Clean up ที่มีฟังก์ชันน่าใช้ ให้ความพร้อมในการจัดการไฟล์ระบบ, ซอฟต์แวร์, เบราว์เซอร์, History พร้อมเครื่องมือในการปรับแต่งที่มีมาให้ใช้งานกันแบบเต็มที่ ไม่มีกั๊ก
Glary
5.Glary Utilities : โปรแกรมตรวจสอบสุขภาพระบบแบบหัวจรดเท้า เพราะว่ามีให้เโจษกใช้ตั้งแต่ ทำความสะอาด, ปรับแต่ง แก้ไขพร้อมทั้ง Optimize ระบบ พร้อมกับฟังก์ชันในการจัดการรีจิสทรีพร้อมทั้งลูกเล่นในการซ่อมแซมไฟล์ระบบพร้อมกับการ ตั้งค่าความปลอดภัย พร้อมลูกเล่นอีกมากมาย ที่อัดแน่นมาให้ ครบทุกเรื่องในการดูแล

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393605

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ซัมซุงไทยโหมโรง Samsung Galaxy A5 โลหะทั้งเครื่องอย่างเป็นทางการ

ในที่สุดซัมซุงไทยก็ไม่ เปลื้องให้เราๆ ต้องรอ Samsung  Galaxy A5 กันนานก็เพราะว่าล่าสุดคราวค่ำคืนที่เปลี่ยนมานั้น Samsung  Galaxy A5 ได้เดินทางมาเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
Samsung  Galaxy A5 เป็นหนึ่งใน 3 ของสมาร์ทโฟนในตระกูล Samsung Galaxy A Series ซึ่งประกอบไปด้วย  Galaxy A3, Galaxy A5 และ Galaxy A7
เพราะว่าบ้านเรานำ Galaxy A5 เข้ามาจำหน่ายก่อนเป็นรุ่นแรก พร้อมกับมีแผนจักนำ Galaxy A7 เข้ามาวางจำหน่ายในอนาคต ส่วน Galaxy A3 นั้นหลังจากได้สอบถามผู้บริหารของ ซัมซุง ไทยแล้วได้คำตอบว่าจักไม่นำเข้ามาจำหน่ายครับ!!
สเปคเบื้องต้นของ Samsung Galaxy A5
- หน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล
- หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.2 GHz
- RAM 2 GB
- หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 64 GB
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
- รองรับ 4G LTE
- รัน Android 4.4 KitKat
- แบตเตอรี่ขนาด 2300 mAh
เพราะว่า Galaxy A5 ทางซัมชุงเค้าเน้นจุดเด่นที่ตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งหมด ฝาหลังเป็นแบบ Unibody พูดง่ายๆ นั้นคือเป็นการประกอบทั้งเครื่องเป็นชิ้นเดียวกันหมด ส่วนของน้ำหนักเบา พร้อมทั้งตัวเครื่องที่เรียกได้ว่าบางแค่ 6.7 มม. พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายภาพ Selfie เพราะว่าเฉพาะ
ต่อมาเป็นเรื่องของกล้องที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Samsung  Galaxy A5 เพราะว่ากล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล ถูกใจคนรักการ selfie แน่นนอน
ส่วนกล้องหลังมีความละเอียดอยู่ที่  13 ล้านพิกเซลครับ อย่างที่สั่งไว้ตอนต้นว่ากล้องเป็นอีกจุดเด่นของรุ่นนี้ นั้นหมายความว่าฟีเจอร์เด่นๆ ในเรื่องการถ่ายภาพนั้นย่อมถูกอัดมาครบแน่นอน
ไม่ว่าจักเป็นฟังก์ชั่น Palm selfie ยกมือแทนการกดชัตเตอร์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกขณะถ่ายภาพ
ฟังก์ชั่น Beautifying Effect แต่งภาพสวยเหตุด้วยสาวๆ เป็นการปรับหน้าเนียนพร้อมกัน 3 คน เนียน + ผอม ปรารถนาหน้าเรียว ตาโต แค่ไหนก็สามารถทำได้ในขั้นตอนเดียว!!
พร้อมทั้งอีกหนึ่งจุดเด่นนั้นคือฟังก์ชั่น Rear Cam Selfie ฟังก์ชั่นกำหนดจุดเพราะถ่ายกล้องหลัง ทำให้มั่นใจได้ว่าคราวหน้าหากใช้กล้องหลังถ่ายภาพ ยังไงภาพที่ออกมาก็จักไม่ตกเฟรม หัวขาด ปากเบี้ยวแน่นอนครับ
นอกจากนี้นั้นฟังก์ชั่นเก่าๆ ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Voice Selfie ด้วยกัน Wide Selfie ทีมีใน Samsung Galaxy Note 4 ก็มีใน Galaxy A5 เช่นกัน
อ่อ...อีกเรื่องที่ยังไม่ได้พูดถึงนั้นคือ New interface & Ringtone ในส่วนของธีมมือถือที่ถูกปรับให้มีความแปลกใหม่ ขจัดปัญหาความน่าเบื่อ ช้ำซากออกไป เบื้องต้น New interface & Ringtone นั้นมีธีมให้เร่ำลือกใช้งานทั้งหมด 5 แบบและจักเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

ไหนๆ ก็ได้ทดลองจับเป็นคนแรกๆ ของเมืองไทยแล้วก็ขอพรีวิว Samsung Galaxy A5 กันนิดหน่อยละกันครับ
ด้านหน้าของ Samsung Galaxy A5 มองยังไงก็เหมือนฝาแฝด Samsung Galaxy Alpha ครับ
ด้านหลังของ Galaxy A5 นั้นอย่างที่เคยบ่งบอกไว้ข้างต้นว่าถูกออกแบบมาแบบ Unibody และเป็นโลหะทั้งหมด
แม้จะเป็นแบบ Unibody แต่ก็มีช่องของซิมการ์ด พร้อมกับช่องเพิ่มหน่วยความจำอยู่ด้านข้าง
ตัวเครื่องด้านซ้ายไม่มีอะไรมาก มีปุ่มในการปรับเสียง ขึ้น-ลง เท่านั้นครับ
ด้านบนของตัวเครื่อง
ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบด้วย ไมโครโฟนตัวหลักเกี่ยวกับสนทนา ช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน พร้อมทั้งพอร์ต microUSB เพราะว่าชาร์จแบตเตอรี่ ไม่ใช่หรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
ประกบคู่กับ iPhone 6Plus หน่อยเป็นไงบางกว่าเห็นๆ
ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ลำโพงเนื่องด้วยสนทนา, เซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง
กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED พร้อมด้วยลำโพงเสียง
ทั้งหมดนี้เป็นแค่การพรีวิวแบบง่ายๆ จากการได้ลองเล่นไม่เกิน 30 นาที สมมติว่าต้องการงานฉบับแบบจัดเต็ม รออีกสักพัก ถ้าหากได้เครื่องมาทดลองเล่นอีกครั้งทางพวกงาน Sanook! Hitec สาบานว่าคราวหน้าจัดเต็มแน่นอนครับ เบื้องต้นหมู่งานขอเคาะคะแนนความพอใจของ Samsung  Galaxy A5 ที่ 8.5 คะแนนครับ
เรียกได้ว่า มาความหรูหรา พร้อมทั้งแข็งแกร่งในหนึ่งเดียว เกี่ยวกับค่านั้นทางผู้เขียนได้สอบถามแล้วทางผู้บริหารทางซัมชุงแจ้งเช่นว่า จักอยู่ที่คร่าวๆ 1 หมื่นกลางๆ สมมติให้ผู้เขียนเดาดูก็น่าจักเกือบ 14,xxx บาท 
ส่วนวันวางจำหน่ายนั้นจักเปิดให้เป็นเจ้าของกันในเดือน มกราคม (ต้นปีหน้านั้นเอง) ส่วนของสีนั้นในเมืองไทยมีจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีดำ (Midnight Black), สีขาว (Pearl White) พร้อมกับสีทองแชมเปญ (Champagne Gold) เพราะด้วยช่วงแรกๆ นั้นจักมีแทบแค่สีดำ (Midnight Black) ด้วยกัน สีขาว (Pearl White) เท่านั้นส่วนสีทองแชมเปญจะเข้ามาทีหลังครับ

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เเลื่องกดาวน์โหลดไฟล์ให้ปลอดภัย ถูกใจ ไม่โดนหลอก

การดาวน์โหลดไฟล์เป็นเรื่องปกติที่คนใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปใช้ กัน เพราะเฉพาะคนที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ ก็มักจักตั้งหน้าตั้งตารอคอยการมาของซอฟต์แวร์ใหม่ๆ กันเป็นประจำโดยที่บางทีไม่รู้ว่าไฟล์ที่ได้มานั้นใช้งานได้เหรอไม่ ไฟล์เต็มไม่ก็เปล่า รวมถึงมีอะไรแปลกปลอมติดมากับไฟล์ รวมถึงการติดตั้งด้วยกันความเหมาะสมในการใช้งาน
ซึ่งบางกรณีอาจเกิดขึ้นจากการติดตั้งไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาแล้ว เช่น โฆษณา ซอฟต์แวร์แฝง มัลแวร์ด้วยกันอื่นๆ ดังนั้นเราจึงต้องหาช่องทางที่เหมาะสมพร้อมทั้งปลอดภัย หากสนใจกับชื่นชอบในการดาวน์โหลดไฟล์มาใช้งานบ่อยๆ
Internet-download-manager-4
ใช้สัญชาตญาณในการสังเกต : ถ้าจักรักการดาวน์โหลดบ่อยๆ นั้น การหมั่นสังเกตด้วยกันใช้สัญชาตญาณเป็นสิ่งสำคัญ ก็เพราะว่าไม่มีใครมาคอยเผยได้ว่าเว็บใด ปลอดภัยหรืออันตรายได้ทั้งหมด ผู้ใช้เองต้องเป็นคนที่ดูรายละเอียดด้วยกันจดจำว่าเว็บใดเป็นเช่นไรหรือว่าบางครั้ง
การที่เว็บลิงก์ให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ฟรีๆ ทั้งที่มีมูลค่าวางจำหน่ายในราคาที่แพง รวมถึงการให้โหลด Crack, Serial หรือ Activate บางสิ่งอย่างที่ดูไม่ถูกต้องนัก ก็อาจจักนำพาเราไปยังจุดเสี่ยงได้ ตรงนี้ผู้ที่ดาวน์โหลดต้องสังเกตให้ดี
เพราะว่าบางทีพลาดคลิกเหรอดาวน์โหลดมาแล้ว อาจส่งผลเสียต่อเครื่องได้เช่นกัน ไม่ก็บางครั้งต้องใส่ข้อมูลสำคัญส่วนตัวหรือไม่คลิกลิงก์หลายครั้งจนเกินไป ก็เป็นสิ่งที่น่าสังเกตได้เช่นกัน
Internet
เลือกระฉ่อนกดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมหรือไม่ก็ติดอันดับความน่าเชื่อถือ : การเละบือกดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บลิงก์ที่มีการจัดอันดับไม่ใช่หรือติดอันดับในการดาวน์โหลดจากโหวตต่างๆ ก็จัดว่าน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง
ไฟล์เหล่านี้ค่อนข้างวางใจได้ว่าเป็นโปรแกรมที่ดีพร้อมด้วยได้รับการทดลองใช้งานจากบรรดาผู้ใช้โดยทั่วไปมาพอสมควร การดาวน์โหลดมาใช้น่าจะให้ความสบายใจ มากกว่าที่จักเเอิกเกริกกดาวน์โหลดไฟล์ไม่ก็โปรแกรมที่ไม่ค่อยมี Feedback มากนัก แต่ข้อเสียคือ สมมุติเป็นคนที่ชอบทดลองของใหม่อาจจักต้องทำใจนิดนึง
Internet
รู้จักกับซอฟต์แวร์อย่างต่างๆ Freeware, Trialware ด้วยกันอื่นๆ : ก่อนที่เราจะดาวน์โหลดโปรแกรมใดมาใช้ก็ตาม ก็ควรจะต้องทำความรู้จักก่อนว่าเป็นโปรแกรมแบบใด เพราะว่าในปัจจุบันมีโปรแกรมทั้งแบบ Freeware, Trial, Demo, Commercial ด้วยกันอื่นๆ
เพราะว่าบางครั้งเสียเวลากับการดาวน์โหลดมาใช้พร้อมด้วยคาดหวังว่าจักได้ใช้งานนานๆ กลายเป็นว่าแค่เดโม ทดลองใช้ เปิดใช้งานได้บางฟีเจอร์ หรือมีเวลาจำกัด บ้างก็มีลายน้ำไม่ใช่หรือโฆษณาติดมาด้วย ใช้งานได้ไม่เต็มที่ ไม่คุ้มกับการดาวน์โหลดพร้อมทั้งติดตั้งไว้ใช้งาน ดังนั้นก็ควรจะตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเป็นโปรแกรมแบบใด
Office365-Home-freeload
Free  ไม่ได้หมายความว่าเป็น Free Software : เป็นเรื่องแน่นอนที่หลายคนอาจจักหลงไปกับการติดป้ายให้ดาวน์โหลดของเว็บไซต์ การที่ระบุว่า Free Download ดูเป็นสิ่งจูงใจ ที่ทำให้รู้สึกว่าต้องฟรี ใช้งานฟรี แต่แท้แน่นอนแล้ว ไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่การที่ฟรีดาวน์โหลด จะเป็นโปรแกรมแบบใดก็ได้ ทั้งแชร์แวร์ ฟรีแวร์หรือไม่ก็เดโม ก็มีโอกาสทั้งหมด ผู้ใช้เองคงต้องตรวจเช็ครายละเอียดให้ดีก่อนว่า โปรแกรมเหล่านั้นมี Description อย่างไร ในรายละเอียด จะได้ไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดมาใช้ แล้วกลายเป็นว่าไม่ได้เป็นโปรแกรมฟรี
Internet-download-manager-3

มั่นใจว่าปุ่มที่ดาวน์โหลดนั้น เป็นปุ่มแน่นอนไม่ก็แค่ปุ่มจาก Advertisements : ควรจักดูให้มั่นใจก่อนว่าปุ่มที่คุณกำลังจักคลิกดาวน์โหลดนั้น เป็นปุ่มที่ใช้ในการลิงก์ไปยังไฟล์ที่ต้องการแน่นอนไม่ก็ไม่ เพราะว่าปัจจุบันการทำโฆษณาหลายส่วนเพื่อชักชวนให้คลิกลิงก์ในหลายเว็บไซต์ ถูกวางไว้อย่างแนบเนียน
การคลิกลิงก์ผิดเข้าไปอ่านโฆษณาก็ไม่ได้เสียหาย พ่างแต่อาจจะทำให้เราเสียเวลาในการคลิกไปหรือว่าบางครั้งถูกหลอกให้รอพร้อมด้วยคลิ กลิงก์ต่อๆ ไปอีก ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อเราแต่อย่างใด ฉะนั้นถ้าเป็นปุ่มดาวน์โหลดลองมองให้ดีเสียก่อนว่าใช่ใช่ไหมไม่
ติดตั้งโปรแกรมข้ามซอฟต์แวร์ของเว็บดาวน์โหลด : ในบางเว็บไซต์ไม่ได้ให้คลิกเพื่อดาวน์โหลดโดยตรง แต่จะให้ติดตั้งโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดของเว็บนั้นๆ ก่อน จากนั้นจึงจักสามารถดาวน์โหลดไฟล์อื่นๆ ในเว็บไซต์ได้
โปรแกรมช่วยเหล่านั้นอาจไม่ได้มีผลอย่างไรต่อการดาวน์โหลด เพราะว่าเป็นโปรแกรมตัวเล็กๆ ที่คอยเป็นประตูเชื่อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาว่าจะมีสิ่งใดแฝงอยู่ด้วยไม่ใช่หรือเปล่าหรือบางครั้งจัก เอาไว้คอยส่งโฆษณาให้เท่านั้น ซึ่งสมมติว่าไม่พอใจก็สมรรถลบทิ้งได้
McAfee-Advisor-1
ตรวจเช็คมัลแวร์ ด้วยบริการแบบออนไลน์ : การใช้บริการสแกนไวรัสหรือไม่มัลแวร์ออนไลน์ก็มีส่วนช่วยให้การดาวน์โหลด ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยบริการเหล่านี้มีอยู่มากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจักเป็น Norton, McAfee, Bit Defender, Panda และอื่นๆ อีกมากมายให้เราเปิดเว็บไซต์กับเระบือกการสแกนในเบื้องต้นกับไฟล์ที่จะดาวน์โหลดก็เป็นอีกทางเเลื่องลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
กระบวนการเหล่านี้เป็นวิธีการที่จักช่วยให้คุณตกลงใจด้วยกันวางใจได้ว่า จะมีความปลอดภัยมากขึ้นในการดาวน์โหลดไฟล์ โปรแกรมมาใช้ อย่างน้อยๆ ได้เป็นหนึ่งในข้อสังเกตที่ทำให้การเละบือกใช้โปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาอย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่ต้องเสียอารมณ์กับการดาวน์โหลดไฟล์ที่เสียเวลานาน แต่ไม่คุ้มกับการใช้งาน
ขอบคุณที่มาของภาพ: nvareader.com, www.graphicsfuel.com